sale@prosoftibiz.com
081-359-7691
,
088-258-3535
Menu
หน้าหลัก
คุณสมบัติ
Work Flow - แผนภาพของระบบ
Sale - ระบบจัดจำหน่าย
Purchase - ระบบจัดซื้อ
Inventory - ระบบสินค้าคงคลัง
Accounting - ระบบบัญชี
Cheque & Bank - ระบบเช็คและเงินฝากธนาคาร
Petty Cash - ระบบเงินสดย่อย
CRM - ระบบบริหารงานขายและลูกค้าสัมพันธ์
Dashboard - กราฟและรายงานวิเคราะห์
Audit and Internal Control
ibiz Mobile - ระบบบริหารงานบนมือถือ
Asset Management - ระบบบริหารจัดการทรัพย์สิน
API Lazada & Shopee
e-Tax Invoice
OCR (Optical Character Recognition)
สำหรับธุรกิจ
โซลูชั่นธุรกิจ
สำนักงานบัญชี
ธุรกิจขนส่ง
ราคาและบริการ
ราคาแพ็กเกจ
บริการเสริม
เงื่อนไขการให้บริการ
นโยบายการรักษาข้อมูล
วิธีการชำระเงิน
ข่าวสาร
อบรมสัมมนา
ประกาศข่าวสาร
บทความที่น่าสนใจ
Blog
ลูกค้าของเรา
ช่วยเหลือ
การวางระบบบัญชีและเริ่มต้นการใช้งาน
วิดีโอสอนการใช้งาน
คู่มือการใช้งาน
คำถามที่พบบ่อย FAQs
รายละเอียดการ Update Version
ข้อเสนอแนะโปรแกรม
ดาวน์โหลด
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
ร่วมงานกับเรา
ทดลองใช้งานฟรี
หน้าแรก
ข่าวสาร
Blog
การเงินการบัญชี
การปรับปรุงรายการ (Adjusting Entries)
การปรับปรุงรายการ (Adjusting Entries)
ย้อนกลับ
ค้นหา
หมวดหมู่บทความ
ทั้งหมด
กฎหมาย/ภาษี
การเงินการบัญชี
การขาย/การตลาด
เทคโนโลยี/ดิจิตอล
กลยุทธ์/เคล็ดลับดีๆ
เบ็ดเตล็ด/อื่นๆ
หน้าแรก
ข่าวสาร
Blog
การเงินการบัญชี
การปรับปรุงรายการ (Adjusting Entries)
การปรับปรุงรายการ (Adjusting Entries)
ย้อนกลับ
Your browser does not support the video tag.
การปรับปรุงรายการ (
Adjusting Entries)
คือ การปรับปรุงรายการทางการบัญชีที่ได้บันทึกไว้ระหว่างรอบบัญชี ซึ่งการปรับปรุงจะกระทำ ณ วันสิ้นงวดบัญชี เพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายได้, ค่าใช้จ่าย และสต็อกสินค้าที่ได้บันทึกไว้ในระหว่างงวดบัญชีให้ถูกต้อง เพื่อให้รายการทางบัญชีมียอดคงเหลือที่ถูกต้อง ณ วันสิ้นงวด และรายการปรับปรุงรายการบัญชี มีทั้งหมด 10 รายการ ดังนี้
1. รายได้ค้างรับ (
Accrued Income)
คือ รายได้ที่ได้รับแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินตอนนี้ เช่น รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการที่ลูกค้ายังไม่ได้ชำระเงินให้กับธุรกิจ ซึ่งรายได้ค้างรับจะถูกบัญชีในบัญชีรายได้แต่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดหรือเงินที่เข้ามาในบัญชีธุรกิจจนกระทั่งการชำระเงินถูกดำเนินการโดยเสร็จสิ้น ซึ่งในบัญชีการเงิน รายได้ค้างรับจะถูกบัญชีในส่วนของเปิดบัญชีหรือบัญชีรายการเดินสะพัด และจะถูกย้ายไปยังบัญชีปกติเมื่อเงินถูกชำระได้สมบูรณ์ รายได้ค้างรับเป็นส่วนหนึ่งของการทำบัญชีการเงิน และถือเป็นรายได้ค้างรับซึ่งจะเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนของกิจการ ดังนั้น ณ วันที่สิ้นงวดบัญชีต้องทำการบันทึกบัญชีรับรู้รายได้แม้ว่ากิจการจะยังไม่ได้รับเงิน
ตัวอย่างการบันทึกรายได้ค้างรับ
Dr. รายได้ค้างรับ
(หมวด 1 สินทรัพย์)
Cr. รายได้ (หมวด 4 รายได้)
2. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (
Accrued Expense)
คือ รายการค่าใช้จ่ายที่มีการสร้างหนี้ไว้แต่ยังไม่ได้ชำระเงินในช่วงเวลาบัญชีปัจจุบัน รายการนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของบัญชีค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปที่บริษัทต้องการจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและบันทึกรายการที่ค้างชำระไว้ในรายงานการเงินของตน เช่น เงินเดือนพนักงานที่ยังไม่ได้ชำระ หรือค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ยังไม่ได้ชำระในช่วงเวลาบัญชีปัจจุบัน ซึ่งค่าใช้จ่ายค้างจ่ายถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน
ตัวอย่างการบันทึกค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
Dr. ค่าใช้จ่าย (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (หมวด 2 หนี้สิน)
3. รายได้รับล่วงหน้า (
Unearned Revenue)
คือ รายการรายได้ที่บริษัทได้รับเงินล่วงหน้าจากลูกค้าหรือผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ โดยที่บริษัทยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าในช่วงเวลาบัญชีปัจจุบัน รายการนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของบัญชีรายได้ที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในแง่ของการบริการหรือส่งมอบสินค้า การบันทึกรายได้รับล่วงหน้านี้มีผลในการแสดงผลรายได้และกำไรของบริษัทให้ถูกต้องตามหลักการบัญชี โดยรายได้รับล่วงหน้าจะถูกนำเข้าในรายได้ทั่วไปเมื่อบริษัททำการส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าแล้ว ซึ่งจะทำให้ยอดรายได้และกำไรของบริษัทลดลงตามจำนวนที่ถูกนำเข้าไปในรายได้รับล่วงหน้านั้น
ตัวอย่างการบันทึกรายได้รับล่วงหน้า
Dr. รายได้รับล่วงหน้า (หมวด 2 หนี้สิน)
Cr. รายได้ (หมวด 4 รายได้)
4. ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (
Prepaid Expense)
คือ รายการค่าใช้จ่ายที่บริษัทจ่ายไปล่วงหน้าในช่วงเวลาบัญชีปัจจุบัน เพื่อใช้สิทธิ์ในการใช้บริการหรือสินค้าในอนาคต รายการนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของบัญชีค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปที่บริษัทต้องการจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและบันทึกรายการที่จ่ายไปล่วงหน้าไว้ในรายงานการเงินของตน เช่น การจ่ายค่าเช่าอาคารล่วงหน้า การจ่ายค่าโฆษณาล่วงหน้า เป็นต้น
ตัวอย่างการบันทึกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
Dr. ค่าเสื่อมราคา (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม (หมวด 1 สินทรัพย์)
5. ค่าเสื่อมราคา (
Depreciation Expense)
คือ รายการค่าใช้จ่ายสิ้นงวดที่บันทึกในบัญชีเพื่อสะสมค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินหรือทรัพย์สินไม่หมุนเวียนที่มีตัวตนบางอย่างที่มีอายุการใช้งานระยะยาวเกินกว่า 1 ปี และมีการเสื่อมสภาพ เช่น อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ เครื่องใช้สำนักงาน หรือเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น รายการนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของบัญชีค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในแง่ของการเสื่อมค่าของทรัพย์สิน การบันทึกค่าเสื่อมราคาช่วยให้บริษัทสามารถกระจายค่าใช้จ่ายในการเสื่อมราคาของทรัพย์สินในระยะเวลาที่เหมาะสม และทำให้บริษัทสามารถประเมินมูลค่าของทรัพย์สินในทุนหรือทรัพย์สินคงที่ได้อย่างถูกต้องตามหลักการบัญชีได้ การคำนวณค่าเสื่อมราคาสามารถใช้วิธีต่างๆ เช่น วิธีเส้นตรง (straight-line method) หรือวิธีลดมูลค่ารวม (reducing balance method) ขึ้นอยู่กับลักษณะของทรัพย์สินและนโยบายของบริษัทในการบัญชีไว้
ตัวอย่างการบันทึกค่าเสื่อมราคา
Dr. ค่าใช้จ่าย (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (หมวด 1 สินทรัพย์)
6. วัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป (
Supplies Used)
คือ สินทรัพย์หมุนเวียนที่มีมูลค่าไม่มากนัก เมื่อวัสดุสิ้นเปลืองหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ซื้อมาสำหรับการใช้งานภายในบริษัทถูกใช้ไปแล้วจะหมดสภาพไป รายการนี้เป็นการลดยอดของวัสดุสิ้นเปลืองในสต็อกและบันทึกการใช้จ่ายในรายงานการเงินของบริษัท เช่น กระดาษ A4 ที่ใช้สำนักงาน หรือหมึกพิมพ์ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ การบันทึกวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไปช่วยให้บริษัทสามารถเข้าใจการใช้จ่ายในการดำเนินงานของตนเองได้และปรับปรุงการจัดการวัสดุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต การบันทึกวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไปเป็นส่วนหนึ่งของการบัญชีที่สำคัญในการจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัท เมื่อสิ้นงวดบัญชีกิจการจะทำการสำรวจบัญชีวัสดุสิ้นเปลืองว่ามียอดคงเหลือเท่าใด และจะบันทึกรายการปรับปรุงโดยการโอนวัสดุสิ้นเปลือง ส่วนที่ใช้หมดไปจะเป็นค่าใช้จ่ายแสดงในงบกำไรขาดทุน
ตัวอย่างการบันทึกวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป
Dr. วัสดุสำนักงานใช้ไป (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. วัสดุสำนักงาน (หมวด 1 สินทรัพย์)
7. หนี้สงสัยจะสูญ (
Doubtful Account)
คือ บัญชีค่าใช้จ่าย หนี้สงสัยจะสูญนั้นเป็นรายการในบัญชีที่ใช้เพื่อบันทึกยอดหนี้ที่บริษัทเชื่อว่าอาจไม่สามารถรับเงินคืนได้จากลูกค้าหรือผู้ยืมเงินในอนาคต เช่น เมื่อลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้หรือผู้ยืมเงินไม่สามารถชำระเงินกลับได้ตามข้อตกลง บันทึกหนี้สงสัยจะสูญช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงยอดหนี้ค้างชำระในงบการเงินให้เป็นไปตามความเป็นจริง โดยปกติแล้วการบันทึกหนี้สงสัยจะสูญจะเกิดในบัญชีลูกหนี้รวมหรือบัญชีค่าใช้จ่ายไม่เป็นประโยชน์ และมักจะถูกตัดออกหรือลดลงเมื่อไม่มีโอกาสในการได้รับเงินคืนในอนาคต
ตัวอย่างการบันทึกหนี้สงสัยจะสูญ
Dr. หนี้สงสัยจะสูญ (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (หมวด 1 สินทรัพย์)
8. ค่าตัดจำหน่าย (Amortization)
คือ การลดค่าของทรัพย์สินบางอย่างที่มีลักษณะเสมือนค่าเสื่อมราคา แต่ไม่ใช่เสื่อมค่าจริง โดยค่าตัดจำหน่ายมักจะใช้ในบัญชีเพื่อแสดงถึงการลดลงของมูลค่าของสิทธิหรือสิทธิ์ในการใช้งานที่มีอายุการใช้งานหรืออายุการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ ตัวอย่างของการคำนวณค่าตัดจำหน่ายได้แก่ ค่าตัดจำหน่ายสิทธิการถือหุ้น (Goodwill) ในกรณีซื้อกิจการ หรือค่าตัดจำหน่ายสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ (Software) ที่มีอายุการใช้งานจำกัด การบันทึกค่าตัดจำหน่ายช่วยให้บริษัทสามารถกระจายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการตลาดหรือการสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นรายได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และช่วยให้การบัญชีแสดงผลกำไรและขาดทุนของบริษัทได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่างการบันทึกค่าตัดจำหน่าย
Dr. ค่าตัดจำหน่าย (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม (หมวด 1 สินทรัพย์)
9. ค่าสูญสิ้น (
Depletion)
คือ บัญชีค่าใช้จ่ายที่แสดงในงบกำไรขาดทุน และบัญชีค่าสูญสิ้นสะสมจะนำไปบันทึกเพื่อการลดลงในมูลค่าของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ประเภททรัพยากรธรรมชาติหรือทรัพย์สินทางธรรมชาติ เช่น น้ำมัน แร่ธาตุ ไม้ หิน หรือสิ่งอื่นๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในกระบวนการธรรมชาติ การลดลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการสกัดออกจากแหล่งของทรัพยากรธรรมชาตินั้นๆ โดยการคำนวณค่าสูญสิ้นเป็นรายปี จะช่วยให้บริษัทสามารถประเมินค่าของทรัพยากรที่ใช้ไปและช่วยในการกำหนดราคาขายของผลิตภัณฑ์นั้นให้เป็นไปตามความเป็นจริงและมีความเป็นระเบียบในการบัญชีของบริษัท การบันทึกค่าสูญสิ้นยังช่วยให้บริษัทสามารถประเมินผลกระทบทางการเงินจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินกิจการของตนได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่างการบันทึกค่าสูญสิ้น
Dr. ค่าสูญสิ้น (หมวด 5 ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าสูญสิ้นสะสม (หมวด 1 สินทรัพย์)
10. การแก้ไขข้อผิดพลาด (
Correction of Error)
คือ กระบวนการที่ใช้ในการปรับปรุงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในบัญชีหรือในรายงานงบการเงินของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทางการเงินมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้งาน การแก้ไขข้อผิดพลาดสามารถเกิดจากความผิดพลาดในการบันทึกทางการบัญชี ซึ่งการแก้ไขอาจทำได้ในวันที่พบข้อผิดพลาด หรือทำการแก้ไข ณ วันสิ้นงวดบัญชีก็ได้ โดยการแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นจะเริ่มบันทึกในสมุดรายวันทั่วไป แล้วผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท
สาเหตุของข้อผิดพลาด
•
ได้มีการบันทึกตัวเลขจำนวนผิด ซึ่งอาจเกิดจากบันทึกชื่อบัญชีที่ถูกต้อง แต่ได้บันทึกตัวเลขจำนวนผิด
•
ได้มีการบันทึกชื่อบัญชีผิด หรือการเลือกบัญชีผิดหมวด ซึ่งอาจผิดทั้งด้านฝั่งเดบิตหรือด้านเครดิต หรือระบุชื่อบัญชีผิด
•
ไม่ได้มีการบันทึกบัญชีรายการค้าที่เกิดขึ้น ในระหว่างวัน
การแก้ไขข้อผิดพลาด ให้พิจารณาว่าบันทึกบัญชีที่เคยบันทึกผิดไว้นั้นบันทึกอย่างไร และลองบันทึกบัญชีที่ถูกต้องว่าเป็นอย่างไร แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน แล้วแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยหากต้องการล้างบัญชีออกให้ทำการบันทึกด้านตรงข้าม หรือถ้าจำนวนเงินผิดแก้ไขโดยการเขียนจำนวนเงินใหม่ จะเป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนเงินทั้งนี้ต้องยึดหลักการลงบัญชีทั้งด้านเดบิตและเครดิตในยอดเงินที่เท่ากัน
เขียนและเรียบเรียงโดย :
บริษัท โปรซอฟท์ ซีอาร์เอ็ม จำกัด | 07 มีนาคม 2567
204821
ผู้เข้าชม
×
โทร
081-359-7691
062-310-6963
088-258-3535
×
Line
×
ฟอร์มการติดต่อ
ชื่อผู้ติดต่อ :
ชื่อบริษัท :
อีเมล :
เบอร์โทรศัพท์ :
Line ID :
ประเภทการติดต่อ :
สอบถามข้อมูล
สนใจสินค้าและบริการ
ข้อเสนอแนะโปรแกรม
ทดลองใช้งานออนไลน์
ดาวน์โหลดโปรแกรม
ร้องเรียนการบริการ
อบรมสัมมนา
ธุรกิจขนส่ง
อื่นๆ
โปรแกรมที่เคยใช้งาน :
- เลือกโปรแกรมที่เคยใช้งาน -
โปรแกรม WINSpeed
โปรแกรม myAccount
โปรแกรม Prosoft CRM
โปรแกรม HRMi
โปรแกรมอื่นๆ ของกลุ่มโปรซอฟท์
ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มโปรซอฟท์
ไม่เคยใช้โปรแกรมใดๆเลย
หัวเรื่อง :
รายละเอียด :
รอบอบรมออนไลน์ :
- เลือกรอบอบรมออนไลน์ -
26-27 สิงหาคม 2569 (เวลา 09:00 - 16:00)
23-24 กันยายน 2569 (เวลา 09:00 - 16:00)
28-29 ตุลาคม 2569 (เวลา 09:00 - 16:00)
25-26 พฤศจิกายน 2569 (เวลา 09:00 - 16:00)
23-24 ธันวาคม 2569 (เวลา 09:00 - 16:00)
ส่งข้อความ
ยกเลิก
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
นโยบายคุกกี้
ตั้งค่าคุกกี้
ยอมรับทั้งหมด
×
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น
เปิดใช้งานตลอดเวลา
คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การทำงานหลักของเว็บไซต์ใช้งานได้ รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่ที่ปลอดภัยต่าง ๆ ของเว็บไซต์ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และจะใช้งานได้โดยการตั้งค่าเริ่มต้น โดยไม่สามารถปิดการใช้งานได้
คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์
คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์ จะช่วยให้เว็บไซต์เข้าใจรูปแบบการใช้งานของผู้เข้าชมและจะช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและรายงานผลการใช้งานของผู้ใช้งาน
คุกกี้ในส่วนการตลาด
คุกกี้ในส่วนการตลาด ใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อแสดงโฆษณาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานแต่ละรายและเพื่อเพิ่มประสิทธิผลการโฆษณาสำหรับผู้เผยแพร่และผู้โฆษณาสำหรับบุคคลที่สาม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี
By SoGoodWeb.com