ธุรกิจที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ควรเลือกใช้โปรแกรมบัญชีอย่างไร

ธุรกิจที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ควรเลือกใช้โปรแกรมบัญชีอย่างไร

ธุรกิจที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ควรเลือกใช้โปรแกรมบัญชีอย่างไร



หลักเกณฑ์ในการเลือกโปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจที่เข้าตลาดหลักทรัพย์

  1. รองรับมาตรฐานการบัญชี TFRS / IFRS
  • โปรแกรมต้องสามารถจัดทำงบการเงินตาม มาตรฐานรายงานทางการเงินสากล
  • รองรับการปรับปรุงงบตามหลัก TFRS 9, 15, 16 และอื่น ๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

  • มีระบบ Multi-book accounting (บัญชีหลายชุด) ถ้าต้องทำงบภายในแยกจากงบภายนอก

  1. สามารถทำงบการเงินรวม (Consolidated Financial Statements)

  • ธุรกิจที่มีหลายบริษัทย่อยต้องสามารถรวมงบได้

  • รองรับการตัดรายการระหว่างกัน (Intercompany Elimination)

  • รองรับการถือหุ้นข้ามกัน, บริษัทร่วม (Joint Venture), การแปลงค่าสกุลเงิน ฯลฯ

  1. มีระบบควบคุมภายในและ Audit Trail

  • ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกการบันทึก

  • มีระบบ Log บันทึกว่าใครแก้อะไร เมื่อไหร่

  • รองรับข้อกำหนดของผู้สอบบัญชีและหน่วยงานกำกับ

  1. รองรับการรายงานและการวิเคราะห์ (Reporting & Analytics)

  • ต้องสามารถจัดทำรายงานทางการเงิน (งบกำไรขาดทุน, งบดุล, กระแสเงินสด)

  • รองรับการทำ Dashboard / BI (Business Intelligence)

  • สร้างรายงานเชิงลึกสำหรับคณะกรรมการ, ผู้บริหาร และนักลงทุน

  1. รองรับกฎหมายและภาษีของไทย

  • รองรับการออก e-Tax Invoice, e-Receipt, e-Withholding Tax

  • ส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing และระบบภาษีของกรมสรรพากร

  • ระบบต้องอัปเดตกฎหมายอัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

  1. สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ (Integration & API)

  • เชื่อมกับระบบ HR, จัดซื้อ, คลังสินค้า, ระบบผลิต, ระบบ CRM

  • รองรับ API เชื่อมกับระบบธนาคาร, ระบบ BOI, ระบบภาษี

  • ใช้งานบน Cloud หรือ Hybrid ได้ตามความเหมาะสม

  1. บริการหลังการขายและทีมที่ปรึกษาที่เข้าใจธุรกิจจดทะเบียน

  • ต้องเลือก vendor ที่มีประสบการณ์กับบริษัทจดทะเบียน

  • มีทีม implementation ที่เข้าใจระบบบัญชี, กฎหมายไทย, และข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์

  • มีแผนการอบรมและการ Support ระยะยาว

เขียนและเรียบเรียงโดย : บริษัท โปรซอฟท์ ซีอาร์เอ็ม จำกัด | 09 ตุลาคม 2568

 357
ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์