ปัญหา
ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย” (Withholding Tax) แต่เดิม ขั้นตอนการปฏิบัติหลายขั้นตอน ต้องยื่นแบบและนำส่งภาษีเป็นประจำทุกเดือน ไม่สะดวกแก่ผู้รับเงินที่จะนำภาษีที่ถูกหักไว้ไปเครดิตในการคำนวณภาษี ผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้
แนวทางการปรับปรุงของกรมสรรพากร
กรมสรรพากรจึงได้พัฒนาระบบ e–Withholding Tax ซึ่งเป็น วิธีการใหม่ในการนำส่งเงินภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 52 มาตร 70 มาตรา 70 ทวิ และภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร โดยให้นำส่งข้อมูลและภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านธนาคารผู้ให้บริการระบบ e–Withholding Tax แทนการยื่นแบบกระดาษ หรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต (e–Filing) ดังนี้
จะเริ่มให้บริการ e-Withholding Tax กลุ่มแรกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยระบบจะสอดคล้องกับ การลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 2% สำหรับการจ่ายเงินผ่าน e-Withholding Tax ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564
ที่มา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส
A: ระบบที่ใช้งานผ่าน Cloud เหมาะกับการเข้าถึงข้อมูลจากหลายสถานที่ ส่วนการติดตั้งบน Server ภายในองค์กรเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการดูแลโครงสร้างระบบเอง ทั้งสองรูปแบบควรพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่าย การดูแลข้อมูล และรูปแบบการทำงานก่อนเลือกใช้
A: แพ็กเกจมีระบบหลักและระบบเสริมแตกต่างกัน เช่น CRM, Dashboard และการเชื่อมต่อ Lazada หรือ Shopee ควรตรวจสอบรายการที่รวมอยู่ในแต่ละแพ็กเกจ เพราะบางฟังก์ชันอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
A: ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกขั้นตอนทันที ควรตรวจสอบวิธีส่งข้อมูล รูปแบบรายงาน และความต้องการของสำนักงานบัญชีร่วมกันก่อนเริ่มใช้งาน โดยสามารถศึกษาฟังก์ชันสำหรับผู้ทำบัญชีได้จากโปรแกรมบัญชีสำหรับสำนักงานบัญชี