
✅ 1) ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce)
เหมาะกับร้านที่ :
📌 ระบบ Inventory ช่วยจัดการสต๊อก
📌 ระบบ บัญชี + VAT ครบถ้วน
📌 รองรับเอกสารขายและรายงานการเงิน
👉 ใช้ดีสำหรับร้านที่ขายผ่าน :
✅ 2) ธุรกิจบริการออนไลน์ (Service)
เหมาะกับ :
📌 ออกใบเสนอราคา / ใบแจ้งหนี้
📌 บันทึกรายรับ–รายจ่าย
📌 ติดตามลูกหนี้
👉 Prosoft ibiz ทำได้ดีในเรื่องบัญชี แต่ ระบบด้านเฉพาะทางของ Service (เช่น ระบบจองคิว การจัดการคอร์ส, ระบบสมาชิก) ต้องพึ่งระบบเฉพาะของธุรกิจเอง แล้วนำตัวเลขเข้า ibiz
📊 จุดแข็งของ Prosoft ibiz สำหรับธุรกิจออนไลน์
🧾 1. ระบบบัญชีที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
สามารถบันทึก :
✔ รายรับ–รายจ่าย
✔ VAT ซื้อ–ขาย
✔ รายงานกำไรขาดทุน
✔ งบดุลและงบกำไรขาดทุนจริง
👉 เหมาะกับการทำบัญชีเชิงธุรกิจจริงจัง ไม่ใช่แค่เก็บ Excel
📇 2. ระบบเอกสารครบ
ช่วยให้คุณจัดเอกสารของลูกค้าและภาษีอย่างเป็นระบบ
📦 3. Inventory (ถ้ามีสินค้า)
สามารถ :
✔ จัดการสต๊อกพื้นฐาน
✔ ตัดสต๊อกอัตโนมัติจากคำสั่งขาย
✔ ดูจำนวนสินค้าคงเหลือแบบเรียลไทม์
☁️ 4. ระบบ Cloud + Access ผ่านมือถือ
ใช้งานได้ทุกที่ มี Dashboard สรุปยอดขายและรายงานทางการเงิน
⚠️ ข้อควรระวัง เมื่อใช้กับธุรกิจออนไลน์
❌ A) ไม่ใช่แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ (E-Commerce) โดยตรง
โปรแกรมไม่ได้มี :
❌ B) การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอาจต้องตั้งค่า
❌ C) ถ้าธุรกิจมีระบบเฉพาะทาง (เช่น ระบบสมาชิก, ระบบจองคิว, ระบบ LMS)
ต้องใช้ระบบอื่นร่วม แล้วนำข้อมูลทางการเงินเข้ามาใน Prosoft ibiz เพื่อนำไปทำบัญชี