ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กับกิจการขายของ Online

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กับกิจการขายของ Online

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กับกิจการขายของ Online



ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับ กิจการขายของออนไลน์ เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรเข้าใจให้ชัด เพราะแม้จะเป็นการขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ก็ยังเกี่ยวข้องกับภาษีบางประเภทอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่มีกิจกรรมบางอย่างที่อยู่ในข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีที่ "ไม่ต้อง" หักภาษี ณ ที่จ่าย

ถ้าคุณเป็นร้านค้าขายสินค้าออนไลน์ทั่วไป เช่น

- ขายของผ่าน Facebook, LINE, Instagram, Shopee, Lazada

- ขายสินค้าจับต้องได้ เช่น เสื้อผ้า ของใช้ อาหาร

*การขายสินค้า “ไม่อยู่ในข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย” เพราะการขายสินค้าไม่ใช่บริการ จึงไม่ต้องหัก ณ ที่จ่ายกับลูกค้า และลูกค้าก็ไม่ต้องหักให้เราเช่นกัน

กรณีที่ "ต้อง" หักภาษี ณ ที่จ่าย

ถ้าคุณมี “รายได้จากการให้บริการ” หรือ “ค่าจ้างบางประเภท” เช่น

1. ให้บริการถ่ายรูป ทำกราฟิก ดูแลเพจ รับยิงแอด ฯลฯ

- ลูกค้าจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างบริการ

- แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรแทนคุณ

2. ใช้ Influencer, KOL, นักรีวิว ฯลฯ แล้วจ่ายค่าจ้างให้เขา

- คุณในฐานะผู้จ่าย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% หรือ 5% (ตามประเภท)

- แล้วออกใบหัก ณ ที่จ่าย (แบบ
50 ทวิ) ให้ผู้รับเงิน

3. เช่าโกดัง เช่าสำนักงาน

- ถ้าเช่าจากบุคคลธรรมดา
→ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% จากค่าเช่า

4. จ้างฟรีแลนซ์ เช่น โปรแกรมเมอร์ นักแปล ครีเอทีฟ

- หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เช่นเดียวกัน

✅ ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ)

ถ้าคุณจ่ายค่าบริการให้ใคร แล้วต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย คุณต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ) ให้ผู้รับด้วย

✅ สรุปง่ายๆ อัตราการหักภาษีสำหรับธุรกรรมต่างๆ



หากคุณไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณเข้าข่ายแบบใด หรือมีหลายประเภทผสมกัน แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีเพื่อวางแผนภาษีให้ถูกต้อง

เขียนและเรียบเรียงโดย : บริษัท โปรซอฟท์ ซีอาร์เอ็ม จำกัด | 20 มิถุนายน 2568

 998
ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์