จัดการหนี้อย่างไรไม่ให้ธุรกิจสะดุด
ทางเลือกหนึ่งของแหล่งเงินทุนในธุรกิจ คือ การขอสินเชื่อจากธนาคาร และเมื่อได้เบิกรับเงินกู้มาแล้ว ลำดับต่อมาเป็นเรื่องของการผ่อนชำระหนี้ ซึ่งหลายๆ ธุรกิจมองภาระการผ่อนในแต่ละเดือนว่าเป็นค่าใช้จ่ายประจำอย่างหนึ่ง คล้ายกับเงินเดือน ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่จะต้องจ่ายทุกเดือน ดังนั้น เพื่อต้นทุนการเงินของแหล่งเงินทุนถูกประเมินอย่างถูกต้อง และราบรื่น ไม่กระทบกับการดำเนินธุรกิจ ธุรกิจจะมีแนวทางในการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
จัดการหนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไร
ต้องจัดการหนี้อย่างไรเพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุด
หลังจากที่รู้แล้วว่าธุรกิจจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ทีนี้มาดูกันต่อว่าจะมีแนวทางจัดการหนี้อย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุด
สำหรับข้อควรรู้ก่อนที่จะผ่อนเพิ่มหรือโปะสำหรับเงินก้อน (เงินกู้) เมื่อได้ผ่อนเพิ่มไปแล้ว หากเกิดช็อตเงินขึ้นมา จะไม่สามารถดึงเงินที่ผ่อนเพิ่มไปแล้วกลับออกมาได้ทันที หากต้องการใช้ต้องทำเรื่องขอกู้ใหม่ ซึ่งจะต่างจากเงินหมุน (กู้เบิกเกินบัญชี หรือ โอ.ดี.) ที่จะสามารถดึงเงินออกมาใช้ได้ทันที แต่ต้องไม่เกินกว่าวงเงินที่มี
การจัดการด้านการเงิน เช่น การแยกบัญชีส่วนตัวกับธุรกิจ หรือ แยกบัญชีหมุนเวียนกับลงทุนระยะยาว จะช่วยให้เห็นสถานะการเงินของธุรกิจได้ชัด หากมีหลายบัญชีและไม่แยกตามวัตถุประสงค์ จะทำให้การจ่ายคืนต้นทุนให้คู่ค้า ค่าใช้จ่ายโสหุ้ยต่างๆ เห็นภาพไม่ชัดเจน รวมไปถึงต้นทุนทางการเงินด้วย ซึ่งนอกจากจะทำให้การดำเนินธุรกิจราบรื่นแล้ว ยังช่วยเห็นปัญหาและแก้ไขได้ทันก่อนที่ลุกลามได้
Cr : https://www.kasikornbank.com
A: ระบบที่ใช้งานผ่าน Cloud เหมาะกับการเข้าถึงข้อมูลจากหลายสถานที่ ส่วนการติดตั้งบน Server ภายในองค์กรเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการดูแลโครงสร้างระบบเอง ทั้งสองรูปแบบควรพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่าย การดูแลข้อมูล และรูปแบบการทำงานก่อนเลือกใช้
A: แพ็กเกจมีระบบหลักและระบบเสริมแตกต่างกัน เช่น CRM, Dashboard และการเชื่อมต่อ Lazada หรือ Shopee ควรตรวจสอบรายการที่รวมอยู่ในแต่ละแพ็กเกจ เพราะบางฟังก์ชันอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
A: ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกขั้นตอนทันที ควรตรวจสอบวิธีส่งข้อมูล รูปแบบรายงาน และความต้องการของสำนักงานบัญชีร่วมกันก่อนเริ่มใช้งาน โดยสามารถศึกษาฟังก์ชันสำหรับผู้ทำบัญชีได้จากโปรแกรมบัญชีสำหรับสำนักงานบัญชี