ภาษีเบี้ยประกันชีวิต

ภาษีเบี้ยประกันชีวิต





          แต่เดิมเราเคยได้ยินว่า เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทฯ จ่ายให้กรรมการผู้จัดการตามมติที่ประชุมของบริษัทฯ หากเป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องจ่ายให้กับกรรมการทุกคนเป็นการทั่วไปตามระเบียบของบริษัทฯ แล้วบริษัทฯ มีสิทธินำเบี้ยประกันชีวิตที่ออกให้นั้นมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร และเพื่อความสะดวกในการแสดงหลักฐาน ให้บริษัทประกันภัยหมายเหตุไว้ในใบเสร็จรับเงินให้มีข้อความว่าเบี้ยประกันชีวิตที่รับนี้ จ่ายโดยบริษัท...

          เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทฯ ออกให้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่ม ที่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทฯ ได้รับ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินจากการจ้างแรงงาน ที่ต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อไป โดยบริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากเงินได้พึงประเมินดังกล่าวด้วย และหากกรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลา 10 ปีขึ้นไป และบริษัทผู้รับประกันประกอบกิจการในประเทศไทย พนักงานหรือลูกจ้างมีสิทธินำเบี้ยประกันชีวิตดังกล่าวไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท 

          อย่างไรก็ตาม กรณีบริษัทฯ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคาร ซึ่งมีข้อกำหนดในสัญญากู้ยืมเงินให้บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้กู้ ต้องทำประกันชีวิตกับบริษัทฯที่ประกอบกิจการประกันชีวิต โดยใช้กรมธรรม์ที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ความคุ้มครองสินเชื่อของธนาคาร โดยกรมธรรม์ดังกล่าวจะกำหนดให้บริษัทฯเป็นผู้เอาประกันแต่เพียงผู้เดียว และจะผูกเงื่อนไขการชำระค่าสินไหมทดแทนบนสาเหตุมรณกรรมของกรรมการ ทั้งนี้ บริษัทประกันชีวิตจะได้ รับอนุมัติจากกรมการประกันภัยให้ออกกรมธรรม์โดยระบุชื่อบริษัทฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นผู้เอาประกันได้ และธนาคารฯ จะเป็นผู้ถือกรมธรรม์แต่เพียงผู้เดียว

ในกรณีที่กรรมการถึงแก่ความตาย และบริษัทประกันชีวิตได้รับหลักฐานการพิสูจน์มรณกรรมของกรรมการแล้ว บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ธนาคารฯ เท่ากับจำนวนหนี้ที่ค้างชำระภายใต้สัญญากู้ยืมเงินในฐานะผู้รับประโยชน์ที่ 1 และผลประโยชน์ที่เหลือจะจ่ายให้แก่บริษัทฯ ในฐานะผู้รับประโยชน์ที่ 2 ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
   
ทั้งนี้ บริษัทฯจะเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันชีวิตจะออกใบเสร็จในนามบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ เป็นคู่สัญญาภายใต้กรมธรรม์และเป็นผู้เอาประกันตามกรมธรรม์
   
          เช่นนี้ การทำประกันชีวิตเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ โดยกรรมการหรือบุคคลในครอบครัวมิได้เป็นผู้รับประโยชน์ใด ๆ จากกรมธรรม์ ดังนั้น เบี้ยประกันภัยที่บริษัทฯ จ่ายไปให้กับบริษัทประกันชีวิต จึงเป็นการจ่ายเพื่อกิจการของบริษัทฯ และไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของกรรมการแต่อย่างใด (หนังสือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/ 5745 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2550)

 

ที่มา : www.pattanakit.net 

 1081
ผู้เข้าชม

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานโปรแกรมบัญชี

Q: โปรแกรมบัญชีออนไลน์ต่างจากโปรแกรมบัญชีที่ติดตั้งบน Server อย่างไร?

A: ระบบที่ใช้งานผ่าน Cloud เหมาะกับการเข้าถึงข้อมูลจากหลายสถานที่ ส่วนการติดตั้งบน Server ภายในองค์กรเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการดูแลโครงสร้างระบบเอง ทั้งสองรูปแบบควรพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่าย การดูแลข้อมูล และรูปแบบการทำงานก่อนเลือกใช้

Q: โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปสามารถเลือกเฉพาะฟังก์ชันที่จำเป็นได้หรือไม่?

A: แพ็กเกจมีระบบหลักและระบบเสริมแตกต่างกัน เช่น CRM, Dashboard และการเชื่อมต่อ Lazada หรือ Shopee ควรตรวจสอบรายการที่รวมอยู่ในแต่ละแพ็กเกจ เพราะบางฟังก์ชันอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Q: ธุรกิจที่มีสำนักงานบัญชีดูแลอยู่แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีทำบัญชีหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกขั้นตอนทันที ควรตรวจสอบวิธีส่งข้อมูล รูปแบบรายงาน และความต้องการของสำนักงานบัญชีร่วมกันก่อนเริ่มใช้งาน โดยสามารถศึกษาฟังก์ชันสำหรับผู้ทำบัญชีได้จากโปรแกรมบัญชีสำหรับสำนักงานบัญชี

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์